My Blog

Posted by Jatupon on May 21, '08 4:06 PM for everyone

          ก็รู้สึกว่า เดี๋ยวนี้ตัวเราเอง โลกแคบลงยังไงไม่รู้ซิ เมื่อก่อนก็จะมีเวลาได้ไปท่อง ไปดูรูป ของเพื่อนๆกัน ได้เห็นอะไร หลายๆอย่างๆ ในมุมบางมุม ที่เราเองก็ไม่เคยเห็น บางที่ ไม่เคยได้ไปเที่ยวแค่ได้ดูรูปที่เพื่อนๆถ่ายมาก็มีความสุขแล้ว สวยๆทุกรูปเลย

          ก็อาจเพราะว่า เกิดการเปลี่ยนในชีวิต จากการที่มีเวลา ในการทำงานประจำ ก็ออกมา ทำงานกิจการของตัวเราเอง ก็เลย ไม่มีเวลา ที่จะได้ไปแวะเวียนทักทายเพื่อนๆกัน ตอนแรกๆก็คิดว่า เดี๋ยวล่ะ เดี๋ยวว่างก่อน นะ จะได้แวะทัก ส่งข้าว ส่งน้ำ ส่งขนม ส่งของหวาน ซะหน่อย แต่แล้วก็จนได้ พอถึงหน้าจอคอม ก็...รู้สึกไม่พร้อมยังไงไม่รู้

          ก็ทำให้กลับมามองว่าเรา อาจจะอยู่กับการมุ่งมั่นในสิ่งที่หวังมาก เกินไป หรือเปล่า จนลืมมองอะไรๆรอบๆข้าง รอบๆตัว ของเราไป บ้างครั้งก็ท้อขึ้นมา แต่ก็เก็บเอาไว้ คิดว่าเดี๋ยวๆก็คงหาย จนวันนี้ นั่งมองอะไรๆบ้าง ที่ผ่านมาที่ เราได้ยิ้ม ก็พบว่า การได้อ่านคอมเม้นท์สั้นๆของเพื่อนๆนั้นก็ทำให้เรายิ้มได้นะ

          อยากให้สิ่งที่ทำเสร็จแล้วๆจังเลย เผื่อจะได้มีเวลา ไปส่งคอมเม้นท์ทักทายเหมือนเดิม.............


Posted by Jatupon on May 5, '08 2:05 PM for everyone

                    พึ่งได้เปิดดู ละครใหม่ ที่ออกอากาศ ทาง ช่อง Thai PBS เป็นละครญี่ปุ่น ที่เอาเข้ามาฉายนะครับ ด้วยว่าวันนี้ว่างก็เลยกดช่องไปมั่ว ก็มาเจอกับ ละครเรื่องนี้ครับ (หยุดดูเพราะนางเอกน่ารัก Erika Sawajiri (沢尻 エリカ) คนที่เล่นหนังเรื่อง Sugar & Spice ที่เคยมาฉายในบ้านเรานะครับ)

         เรื่องราวของเรื่องนี้ ขอเล่าจากที่ได้ดู 1 ตอนนะครับ เพราะว่า พึ่งฉายตอนแรกเมื่อวันที่ 5 พ.ค. 51นางเอก  ชื่อในเรื่อง ว่า Aya ก็เปิดเรื่องด้วย การเปิดเทอมไปโรงเรียน ตามปกติ ทั่วไปๆของละครญี่ปุ่น เรื่องราวดำเนิน ไปโดยบอกเรา ให้เห็นถึงความผิดปกติของอาการ ที่เกิดขึ้นกับ Aya เช่นเดินๆแล้วก็ล้ม ไปเอง จับตะเกียง คีบอาหาร ไม่ได้บาง ซึ่งสิ่งนี้ แม่ของ Aya ก็สงสัยว่าลูกของตน ไม่สบายเป็น อะไรหรือเปล่า

         เช้าวันต่อมา ก่อน Aya จะเดินทางไปโรงเรียนตามปกติ อยู่ๆก็ล้มลงกับพื้น จนคางกระแทกพื้นมีเลือดออก ต้องส่งไปที่โรงพยาบาล และนะจุดนี้ เอง ที่ ตัวเรื่องได้ บอกให้คนดูได้ทราบว่า นี้เป็น อาการป่วย ของผู้ที่เป็น โรคสมองและไข้สันหลังเสื่อม ซึ่งผู้ป่วย จะ ค่อยๆสูญเสีย การควบคุมร่างกาย ไปทีละนิด จนไปสามารถ จะหยิบจับ เดิน วิ่ง หรือ ขยับปากพูดได้ เป็นโรคที่น่ากลัวชนิดหนึ่งนะครับ

         เรื่องราวนี้ดัดแปลงมาจากเรื่องจริงของเด็กหญิงชาวญี่ปุ่น Aya Kitō ซึ่งได้เขียนเป็น diary เกี่ยวกับอาการป่วยของ เธอตั้งแต่วันแรกที่เธอได้รับทราบว่าป่วย และเขียนจนถึง ตัวอักษรตัวสุดท้ายที่เธอ พยายามจะจับปากกาเขียนได้ และหลังจากที่ เธอเสียชีวิตไป ก็ได้มีการตีพิมพ์เป็นหนังสือ ชื่อ 1 Litre no Namida ขายดีมากๆที่ญี่ปุ่น กว่า 1.1 ล้านฉบับ

          ละครเรื่องนี้พอดูจบตอนแรก ผมก็น้ำตาซึมแล้วล่ะ ก็เลยเข้าเน็ต หาข้อมูลของเรื่องนี้นะครับ ฉายที่ญี่ปุ่น เมื่อ วันที่ 11 ตุลาคม 2005 - วันที่ 20 ธันวาคม 2005 ละครมีเพียง 11 ตอนเท่านั้นเอง น้อยจัง แต่เชื่อว่า น้ำตาจะไหลมากขึ้น จนได้ดูจนจบ เพราะว่า จากที่นั่งดู MV ของเรื่องแล้ว น้ำตาไหลออกมาเองเลย ได้เห็นอาการต่างๆ ที่ Aya เป็น เห็นแล้ว เศร้ามากๆ สงสัย ถ้าผมได้ดูจบ มีหวัง น้ำตา 1 ลิตรจริงๆแน่ๆ ฮืม......ๆๆๆๆๆๆ แง้ๆๆๆๆ เศร้าๆๆ





Posted by Jatupon on Mar 5, '08 4:26 PM for everyone

หลังจากที่ไม่ได้ เขียนรีวิว หนังสือมานาน แล้ว เพราะ ว่า ใช้เวลา กว่าจะอ่านหนังสือเรื่องนี้จบ ที่มีความยาว ถึง 2 เล่ม จบ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่อ่านหนังสือ ที่มียาวขนาดนี้ กว่าจะจบ ก็ ใช้เวลาไปตั้ง 1 เดือน เพราะว่า เป็น คนที่มีความสามารถ ให้การอ่านช้า เต่าคลานมากๆ

นวนิยายจีนเรื่องนี้เป็นผลงาน จากปลายปากกาของ โก้วเล้ง ผู้ที่มีผลงานเขียนที่ คมคายมากๆ ผ่านการ เรียบเรียง โดย น.นพรัตน์ ผู้ซึ่ง เรียบภาษา กำลังภายในได้สวยยิ่งนะ ผู้จัดพิมพ์ สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ ....

 

นวนิยาย เรื่องนี้ พูด ถึงเรื่อง มิตรภาพความเป็นเพื่อน ของ คนแปลกหน้า 4 คน ที่ต้อง มาใช้ชีวิต ร่วมกัน ใน บ้าน ที่ตัวละครเรียก ว่า เคหารุ่มรวย ซึ่ง ณ ที่ แห่งนี้ ละ ที่ จะนำพาคนอ่านโง่ๆอย่างผม ให้เพลินไปกับ เรื่องราวและความลับที่แอบปกปิดเอาไว้ของตัวละครแต่ละตัว ซึ่งขอบอกว่า ไม่น่าเชื่อว่า โก้วเล้งจะเขียนได้น่าติดตามและหักมุม ซะอย่างไม่คาดคิดเลย ซึ่งผมอ่านไปแล้ว ก็คาดคิดว่า น่าจะเป็นแบบนั้น แบบนี้ แต่พออ่านไปก็ ช็อกเลยครับ โก้วเล้งเขียนได้เจ๋งไปเลย

มิตรของตัวละครทั้ง 4 ที่ประกอบไปด้วย  ก๊วยไต้โล่ว เฮ้งต๋ง อี้ฉิก ลิ้มไท้เพ้ง ที่ต้องมาอาศัย อยู่ที่ เคหารุ่มรวย นั้น เป็นมิตรภาพของ เพื่อนตายหาใช่ เพื่อนกิน แบบที่พวกเราพบเห็นทั่วไป เรื่องราวที่พวกเค้าทั้ง 4 ที่แสดงออกซึ่งน้ำใจความเป็นเพื่อนตายนั้น พอได้อ่านแล้ว กินใจ เป็น ที่สุด

แอบคิดเลยแล้ว อยากจะมีเพื่อนตายแบบพวกเค้า ทั้ง 4 จังเลย เป็นเพื่อนประเสริฐที่สุด

ตามสไตล์นวนิยายจีนกำลังภายในแล้วนั้น จะพลาดไม่ได้เลย คือภาคการต่อสู้ โชว์กำลังภายใน และ วิทยายุทธ  โอ้โห้ เท่ระเบิดไปเลยเรา ว่าตัวละคร ของ เรา ทั้ง 4 คน ที่พูดถึงไปแล้ว นั้น เก่งมากนะ แต่แล้ว สัจจธรรม ใน ยุทธจักร เหลือฟ้า ยังมีฟ้า ผู้ที่เหนือฟ้า นั้น แต่ละ ตัวละคร เก่ง ถึงเก่งโครต  โผล่มาแต่ละตัว มาอย่างเท่ห์ มากๆๆๆๆๆ  จอมยุทธ์หญิง ก็สวย ซะ แถม เก่ง สวย คม อีก ขอบอกเลยว่า ทั้งเรื่องนี้ตัวละครผู้หญิงทุกคน สวยมากๆ หุ่นดี หน้า คม แววตามีเสน่ห์เกินห้ามใจยิ่งนัก

แล้วสิ่งที่คาดไม่ถึงเลย ก็คือ ในเรื่องนี้ มีเรื่องความรัก ที่ใช้ภาษาและการเล่าเรื่องราวที่ หวานมาก อ่านแล้วโอ้ มายกอต จะหวานซึ้ง มองตากัน อะไร ขนาดนี้ และเป็นความรักที่ยอมตายเพื่อพิสูจน์รักแท้กันเลยล่ะ  ผมอ่านเองยัง จิ๊ดถึงหัวใจเลย อ่านไปอมยิ้มไป จนคนที่ผ่านไปมามองว่า มึงจะบ้าอะไร ว่ะ

 ความน่าติดตามขอบอกว่า หากใครที่ติดละคร ละก็ ขอบอกว่า เรื่องนี้ จบ1 บท นะ ไม่อยากให้มีโฆษณามาคั่นเลย  เขียนได้น่าติดตาม และหลอกล่อคนอ่านเป็นที่สุด ถ้าใครที่เป็นคนอ่านหนังสือเก่งๆแล้ว ล่ะก็ เรื่องนี้ น่าจะ 2-3 วันก็น่าจะจบ 2เล่มแล้วล่ะ

ทิ้งท้ายเอาไว้ ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ตัวละครมีความลับมากมายจริงๆ สิ่งที่เห็นภายนอกอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นจริงก็ได้ แต่แล้วเมื่อได้รู้ความจริง กลับจะต้อง ทึ่งและน่าติดตามเป็นที่สุด.......

ป.ล. ประทับในตัวละคร อี้ฉิก มากๆ ถ้าใครได้อ่านแล้ว จะทราบกันดี ฮิๆๆ





Posted by Jatupon on Jan 30, '08 12:56 AM for everyone

Posted by Jatupon on Jan 27, '08 3:11 PM for everyone

และแล้วก็นอนไม่หลับอีกแล้ว ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกันอยู่ๆความรู้สึกแบบนี้ก็เกิดขึ้นอีกแล้ว

ความรักมักจะเรื่องที่ส่วนตัวมักจะไม่อยากจะพูดถึงมันบ่อยนะ

ความรักนั้นเป็นสิ่งที่สวยงามมากๆ

แต่หากความรักของคนสองคนก่อร่างสร้างขึ้นด้วยความรู้สึก ความอบอุ่น และความผูกพัน

นำพาผ่านช่วงเวลาอันแสนหวาน พร้อมภาพประทับมากมายที่เกิดขึ้น

ในโลกที่มีเพียงเราสองก็จะเป็นโลกที่สวยงาม ดุจนิยายที่เขียนพรรณนาความอ่อนละมุน

ของมวลความรักที่อบอุ่นหวานหอม

หากแต่ในโลกความจริงแล้ว ความรักมิอาจนำพาคนทั้งสอง มาประจบรักกัน เหมือนในนิยาย

เพราะโลกความจริง นั้น คนรักทั้งสองหากได้อยู่บนโลกเพียงเรา

แต่หากจะต้องอยู่ด้วยครอบครัวของแต่ละฝ่าย

เมื่อมีเหตุผลบางอย่างนั้น มีความสำคัญและน้ำหนักนอกจากรักเสีย..

คนทั้ง 2 ก็มิอาจจะสานรักให้ต่อติดกันไปได้....

........

สิ่งที่วิ่งวนอยู่ในความคิดที่ทำให้นอนไม่หลับก็คือ ความไม่สมบูรณ์แบบในความรัก มีได้ยินเรื่องราวทั้ง บุคลรอบตัวและเรื่องของตนเอง

มีหลายๆต่อหลายคู่ที่มีความรักที่น่าชื่นชมมาก ที่เราได้เห็นทั้ง 2 คนได้รักกัน แต่แล้วมันก็เศร้าเมื่อสิ่งที่เรียกว่ารักของทั้งสองคน จบลง ด้วยความแตกต่างกัน ของทั้งสองครอบครัว

ฐานะ หน้าที่การงาน เกียรติยศและชื่อเสียง เข้ามามีความสำคัญต่อการตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ สิ่งที่หวัง สิ่งที่สร้างด้วยวันและเวลาก็สลายไปพร้อมๆกัน

เหลือทิ้งไว้ก็เพียงแค่คำถาม

เลือกที่จะให้รักนั้นคงอยู่ หรือเลือกที่จะอยู่อย่างเคยมีรัก ?

..............................

.................

....

.



Posted by Jatupon on Jan 23, '08 12:35 AM for everyone

ก็แบบว่า ช่วงนี้มันหมดไฟ ยังไงก็ไม่รู้ เบื่อไปหมดทุกอย่างเลย ก็คงมีเรื่องที่ต้องคิดเยอะเกินไป ความบ้าและไฮเปอร์ก็หมดไปโดยบริยาย ทุกๆเช้าก็ไม่มีแรงจะไปส่งอาหารให้กับเพื่อนๆเลย ทุกอย่างในสายตาก็ว่างเปล่า อะไรที่ว่าสดใสก็มองแล้วทำไมเราไม่รู้สึกอะไรล่ะ..........

ก็ลองหลายๆอย่างแล้วฟังเพลงก็แล้ว.........ก็เบื่ออยู่ดี

อืม....หรือว่า ปล่อยว่างไป ดีกว่าปลงชีวิตแล้ว.........

แต่ก็ต้องขอโทษเพื่อนๆด้วยที่ช่วงนี้จะเงียบๆ เงียบมาก ถึง เงียบที่สุด

เป็นอะไรไม่รู้ หาสาเหตุก็เจอนะ แต่ก็ ทำอะไรไม่ได้จริงๆๆ

รอๆๆ รอๆๆๆๆ รอๆๆๆ ต่อไป......

ทำไมโอกาสมันให้เรารอนานจริงๆ นานเกินไปหรือเปล่า....

หรือว่าหมดโอกาสแล้วเรา....

หรือว่าจังหวะมันยังไม่ลงตัวกันแน่...


Posted by Jatupon on Jan 17, '08 9:42 PM for everyone

 

 

 

 

 

 

เมื่อวานนี้ตอนบ่ายๆ เพื่อนที่เป็นนักวิจารณ์หนัง ก็โทรศัพท์มาหา ว่าให้ไปดูหนังเรื่องนี้นะ เพราะว่ามันเป็นอะไรที่แปลกๆมาก คุณเพื่อนจำกัดความไม่ถูก ก็เลย ให้เราไปดูหน่อยแล้วมาบอกว่าเป็นยังไงบ้าง ซึ่งก่อนจะไปดูไอ้เราก็รู้ มาพอสมควรเกี่ยวกับการทำหนังเรื่องนี้ ว่าก็จะเป็นแนวๆใช้กล้องตัวเดียวถ่ายเหตุการณ์เล่าเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งในแง่การถ่ายทำแล้วเป็นอะไรที่ยากและท้าทายผู้กำกับเอามากๆ

และด้วยความที่สนใจก็เลยชวนเพื่อนๆอีก 2คนไปดูด้วย ซึ่งแต่ละคนก็ว่าเป็นหนังที่น่าสนใจนะ ดูจากที่ได้เห็นหนังตัวอย่างแล้ว

เปิดเรื่องก็แปลกไม่เหมือนกับหนังธรรมดาก็คือ ภาพจะเป็นภาพแบบกล้องแอบถ่ายนะครับภาพก็จะไม่นิ่ง มีสั่นไหวตามภาษาคนที่ถ่ายวิดีโอทั่วไปนะครับ และจะเป็นภาพแบบนี้ตลอดทั้งเรื่องเลย

ซึ่งภาพแบบนี้การนั่งดูเป็นเวลานานๆแล้วจะมีอาการก็คือ จะปวดตาปวดหัวนะครับ เพียงแต่ด้วยความที่ผมเป็นตากล้องถ่ายวิดีโออยู่แล้ว ภาพที่เห็นแบบนี้ก็จะเป็นภาพที่ชินตาอยู่บ่อยๆก็เลยไม่มีอาการปวดหัวอย่างไร

หนังมีความสร้างสรรค์มากๆในการถ่ายทำและการตัดต่อลำดับเรื่อง และมีความท้าทายต่อคนดูก็คือ คนดูจะต้องรู้สึกว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นของจริง ของจริงแบบจริงๆเห็นแบบสดๆเหมือนว่าคนดูไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆด้วย

ซึ่งผมยอมรับและนับถือว่าผู้กำกับ JJ Abrams และทีมงานสร้างทำได้ดีมากๆ คือ "มันเนียบมากๆ" ผมแยกไม่ออกว่าเป็น ของจริง หรือว่า เป็น CG กันแน่

ทั้งเรื่องจะลุ้นกันตลอดเวลาไม่มีให้พัก ซึ่งตรงนี้จะท้าทายความสามารถคนดูว่าจะทนดูภาพที่สั่นๆไหวๆ ไม่นิ่งแบบนี้ ตลอดเวลา 90 นาทีได้จนจบหรือไม่ ? เพื่อนผมดูได้ไม่จบต้องขอออกไป อ้วกก่อนเพราะว่าไม่ไหวแล้ว เพื่อนอีกคนก็ยังขอดูให้จบก่อนแล้วค่อยไปอ้วกทีเดียวตอนดูเสร็จ

สิ่งที่เห็นได้ก็คือว่า คนดูทั้งโรงจะมีอาการแบบนี้กันนะ ซึ่งผมเองก็ยอมรับว่า ภาพแบบนี้ถ้าเป็นคนทั่วไป ที่ไม่ใช่ตากล้องแบบผมแล้วก็ไม่น่าจะดูไหว นะครับ

ก็ควรจะต้องเตรียมความพร้อมก่อนไปดูนะครับ คือ อย่ากินข้าวอิ่มเกินไป หรือหิวมากๆแล้วไม่ได้กินอะไรก่อนดูหนัง ควรแบบว่ากินอิ่มมาแล้ว สัก 2 ชั่วโมงร่างกายพร้อม นอนเต็มที่  ประมาณเตรียมร่างกายก่อนไปหาหมอประมาณนั้น 

ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า หนังมีความเด่นมากๆในเรื่อง CG ครับ มันเนียบมากๆเลย อดคิดไม่ได้ว่า สิ่งที่เห็นนี้มันของจริงหรือว่าคอมสร้างขึ้นมา............ 



Posted by Jatupon on Jan 11, '08 4:59 PM for everyone

Posted by Jatupon on Dec 26, '07 5:52 PM for everyone

หลังจากที่จะเขียนถึงเรื่องนี้ มาหลายวันแล้ว ก็ยังไม่ค่อยว่างที่จะเขียน วันนี้ได้เวลาดีเพราะว่า นอนไม่หลับ ก็เลยตื่นมาเขียนสักหน่อย

ขอบอกก่อนเลยครับ ว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ผม ไม่ได้ ให้ควาสนใจเลย ตั้งแต่แรกที่เห็น เพราะโปสเตอร์ก็คือภาพนี้เลยครับ ซึ่งเดินผ่านที่ลิโดทุกวัน ก็ไม่สนใจ ถึงแม้ว่า PR ค่ายหนังบอกว่าเป็นหนังดี ได้รางวัลมาเยอะด้วย ในความคิดผมก็คือ ก็น่าจะเป็นหนังที่ออกแนว Art ๆ ดูแล้วจะต้องใช้ความคิดเยอะ สะท้อนมุมมอง โน่นบางนี้บางตามเคยล่ะ ซึ่งก็ไม่ได้ไปดูที่โรงหนัง ทั้งๆที่อยู่ใกล้โรงหนังมากๆ (ทำงานอยู่ที่ centerpoint นะครับ )

จนกระทั่ง น้องที่ office เค้าหยิบแผ่น DVD เรื่องนี้มานั่งดู ผมก็ถามน้องเค้าว่าเป็นยังไง บ้าง น้องที่เคยไปดูในโรงหนังก็บอกว่า "หนังดี นะพี่ ผมชอบ" ไอ้เราก็ อืม.... เอามาดูหน่อยสิ ว่าจะดีจริงหรือเปล่า

มานั่งดูด้วย อารมณ์ไม่มีความหวัง คาดหวังอะไรเลยต่อการดู  แต่พอดูจบ พึ่งจะรู้ตัวว่า หนังอะไรว่ะ ทำเอากู น้ำตาไหล ได้มากมายเพียงนี้ ส่วนตัวขอบอกว่า ไม่ได้เป็นผู้ชายประเภทบ่อน้ำตาตื้น เจออะไรจะต้องร้องไห้ ดูหนังมาก็เยอะ อย่างมาก ก็แค่ซึ้งๆๆ ไม่มีทางจะได้เห็นน้ำตากูหรอก !!!

หนังพูดถึงความหวัง ของคนในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ที่ตั้งแต่ดั้งเดิมมีอาชีพเดียวเท่านั้นก็คือ การขุดเหมืองแร่ ทำกันมาตั้งแต่บรรพบุตร สืบทอดกันมา ยิ่งใครที่ได้รับการสืบทอดมายาวนานก็จะยิ่งรักในอาชีพนี้

แต่วันหนึ่งจะต้องปิดเหมืองลง คนทั้งเมืองก็จะไม่มีงานทำ ตัวละครทุกตัวก็อยู่ในอารมณ์ สิ้นหวังไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรต่อดี เพราะเกิดมาลืมตาก็เห็นแต่การทำเหมือง แต่ก็มีบริษัทหนึ่ง ที่เข้ามาเสนอ ว่าจะทำการสร้างสถานที่โชว์การแสดง เกี่ยวกับระบำ ฮาวาย ต้องการทั้งคนงานที่จะไปสร้างอาคาร และต้องการนักแสดงหญิงด้วย

หนังเล่นกับปัญหาความขัดแย้งทางจารีตประเพณี ที่คนสมัยก่อน จะดูว่าการเต้นกินรำกิน เป็นสิ่งที่ไม่มีเกียรติและศักดิ์ศรี แต่ด้วยความที่ว่า ถ้าไม่ลองทำดูแล้ว เราจะเอาอะไรกิน เมื่อเหมืองปิดตัวลงไป

หนังเริ่มก่อตัวความรู้สึก ให้กับคนดูทีละเล็ก ทีละน้อย ให้เราได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของแต่ละครอบครัวที่จะต้องเจอปัญหาแบบเดียวกัน โดยมีตัวละครเอกกับเพื่อน เป็นผู้นำทางความรู้สึก ผ่านคนดูซึบซับอามรณ์ ผ่านการฝึกซ้อมการจะเป็นนักเต้นบำฮาวาย ที่อาจารย์ผู้สอน ได้โชว์ให้ดูแล้วทึ่งว่า เป็นการเต้นบำที่สวยงาม

หนังได้ผ่านผม ให้ร้องไห้ ครั้งที่หนึ่งด้วยฉากที่เรียบง่ายมาก แต่น้ำตาก็ไหลมาไม่รู้ตัว  ก็เช็ดไปครั้งหนึ่ง แล้ว     ครั้งที่สองก็ทำให้ไหลอีก ด้วยฉากที่มีคำพูด ประโยคสั้นๆ ว่า "หนูจะเต้น เพราะเป็นสิ่งเดียวที่พ่ออยากจะให้หนูเป็น " ไหลมาไม่หยุดเลย น้ำมูกก็ไหลมาด้วย      ครั้งที่สาม น้ำตาไหลเพราะมิตรภาพที่คนหนึ่งคนขอร้องขอความช่วยเหลือ ขอสิ่งที่เล็กน้อยมากๆก็คือตะเกียงไฟ เพื่อให้ความอบอุ่นกับต้นไม้ เล่นเอาผมทั้งกั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ทั้งๆที่บอกกับตัวเองว่าไม่ร้องนะ   ครั้งที่สี่ ร้องไห้เพราะดีใจกับความสำเร็จและการเอาชนะใจ และอคติที่มีต่อตัวละคร จบเรื่องน้ำตาก็ไหลไปเลยๆจนเครดิตจบ.......

แขนเสื้อที่ใส่เปียกไปด้วยน้ำตาและน้ำมูก หนังบ้าที่สุด เล่นเอากู สะ........ อ่อนเลย

หากใครบางคนที่อยู่ในอารมณ์สิ้นหวัง ท้อแท้ ในทุกๆเรื่อง ได้ดูเรื่องนี้แล้วจะมีความหวังและเข้มแข็งขึ้น

ป.ล. ทิ้งท้ายไว้ว่า  ดีนะที่ไม่ได้ไปดูในโรงหนัง ไม่นั้น เดินออกมาไม่กล้าสู้หน้าใครแน่ๆๆ เล่นเอาสะกูร้องไห้ตาบวมเลย ใครเห็นมีหวัง อายไปถึงนั้นแน่ๆๆๆ

 


Posted by Jatupon on Dec 23, '07 6:36 PM for everyone

ก็ผ่านพ้นไปแล้ว สำหรับ การไปใช้สิทธิของการเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ การเลือกตั้งแบบไทยๆ

แล้วก็ทราบผลอกมาก็เป็นไปตาม คะแนนเสียงของคนส่วนมาก ซึ่งเมื่อวานก็ด้วยความที่ไม่อยากจะอยู่บ้าน เพราะเปิดไปช่องไหนๆ ก็จะมีแต่ การรายงานผล เลือกตั้ง ก็เลยไปดูหนังดีกว่า ดู 2 เรื่องติดๆกันไปเลย เห็นว่าว่างๆก็จัดไป

แต่แล้วเจ้าโทรศัพท์ ตัวดี ที่เราเปิดรับบริการพวกข่าวด่วน มันก็สั่นขึ้นมาระหว่างดูหนัง หยิบมาอ่าน ก็ตกใจกับผลการรายงานมา อืม...

พลังของเค้าเยอะดีจังเลย 1 เสียงเพียงไม้ขีดไฟอย่างเรา คงสว่างไม่พอ ที่จะใช้นำทางได้ ก็ต้องยอมรับไปตามระเบียบ ทางประชาธิปไตย ต้องเคารพเสียงส่วนมาก ก็เข้าใจ แต่ในใจลึกๆแล้วก็ ขอถอดลมหายใจ 1 เหือกก่อน จะยอมรับ ตามนั้น

ก็เลยแอบคิดว่า ถ้านักการเมืองบ้านเรา เป็นคนดีและเสียสละเพื่อชาติแล้วจริงๆ  เหมือนคนสมัยก่อนที่จะรัก คุณค่าความดีงามเป็น คุณธรรม ทำความดี ความงาม ให้กับ บ้านเมืองแล้วนั้น ประเทศเราก็จะดีกว่านี้

นึกแล้วก็แอบอิจฉา ประเทศเพื่อนบ้านเรา นะ อย่างเวียดนาม นี้ ถึงเค้าจะไม่ได้เป็น ประชาธิปไตย ก็ตาม แต่ บ้านเค้า คนที่ปกครองอยู่ ก็ทำเพื่อบ้านเมือง หวังให้ ประเทศพัฒนาขึ้น

หากบ้านเรา มีคนเก่ง มีความสามารถ ยึดหลักพระราชดำรัสของในหลวงแล้ว บ้านเราจะน่าอยู่ขึ้นเยอะเลย


Posted by Jatupon on Dec 11, '07 1:56 PM for everyone

ได้ข้อมูลนี้มาจาก Forwardmail ครับผม ลองๆดูนะของผมตรงมากซักด้วย และก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ให้เพื่อนๆลองเดาดีกว่า ว่าผมเป็นแบบไหน ?


Posted by Jatupon on Dec 6, '07 10:46 PM for everyone

หลังจากคราวที่แล้วเขียนเรื่อง ด้ายแดง รหัสรักปาฎิหาริย์ ไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงคิวหนังสือสุดโปรดที่ผมอ่าน บ่อยมากๆ เวลาที่ต้องไปไหนแล้ว ต้องนั่งรอ ฆ่าเวลา ก่อนจะได้ทำงาน หนังสือเล่มนี้ล่ะ จะทำให้การรอคอยของคุณ ชั่งสั้นเสียนี้กระไร

ผลงานของคุณ Giddens ที่โด่งดังในไตหวัน เป็นนักเขียนที่เกิดมาจากการเขียนนิยายในโลก Cyber ผ่าน Blog ของเค้า โดดเด่น จนสำนักพิมพ์ที่ไต้หวันสนใจ แล้วนำมาตีพิมพ์ ดังระเบิดเลย

สำหรับภาคภาษาไทยเล่มนี้ เป็นของสำนักพิมพ์มติชนผ่านการแปลภาษาไต้หวันเป็นภาษาไทยโดยมุมมองของ คุณ โจอี้ ตงฟาง และ คุณโคล่า ซึ่งแปลออกมาได้ใจวัยรุ่นมากๆ

หนังสือเล่มนี้มีประโยคที่จิ๊ดเยอะมากๆ อ่านแล้ว โดนตลอด

"หากความรู้สึกผิดเป็นของเหลว ผมคงจมและขาดใจตายในของเหลวนั่นแล้ว "

"หากความแปลกใจเป็นของแข็ง ผมคงถูกของแข็งนั่นทับจนแบนแต๋ "

"เรื่องบางเรื่อง หมื่นปีก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลง"

นี่แค่บางส่วนเท่านั้นที่เหลือในเล่มยังมีอีกเยอะครับ หนังสือเล่มนี้เป็นแนวรักโรแมนติกแฟนตาซี ผจญภัย ในโลกหลังความตาย  

"เมื่อสือเชี่ยวหลุนโดนฟ้าผ่าตาย ขณะที่กำลังขอคนรักแต่งงาน ในโลกหลังความตาย เขากลายเป็นเฒ่าจันทรา กามเทพตามความเชื่อชาวจีน ที่คอยผูกด้ายแดงสื่อรักให้คู่หนุ่มสาว แต่ทว่าเขายังไม่อาจลืมคนรักในชาตินี้ได้ ภารกิจในฐานะเฒ่าจันทราจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เมื่อความรักและหน้าที่เดินสวนทางกัน เรื่องวุ่นๆที่กลายเป็นตำนานรักข้ามภพจึงเริ่มขึ้น"

คำเชิญชวนที่เป็นปกท้ายนี้ ทำให้ผมสนใจอ่านเรื่องนี้ขึ้นมาทันทีเลย

ขอบอกก่อนว่า ส่วนตัวผมเป็นคนอ่านหนังสือช้ามากๆๆๆ รุ่นพี่ผม หยิบหนังสือนี้มาให้อ่าน เพราะรู้ว่า ความสามารถทางการอ่านอันง่อยๆๆ เบบี้ แบบนี้ ฝึกอ่านด้วยเล่มนี้ก่อนล่ะกัน

เมื่ออ่านแล้วขอบอกว่าความง่อยๆของผมนี่ มันอ่านแล้วแทบจะวางไม่ลงเลย หนังสือบ้าอะไรว่ะ เขียนให้กูลุ้นตลอดเลย เห็นใจกูหน่อย กูอ่านไม่ค่อยเก่ง แต่กูก็อยากจะอ่านต่อ นะโว้ย

ผมใช้เวลาประมาณ 5 วัน กับอีกหนึ่งคืนที่คืนนั้นกว่าจะอ่านจบลากยาวถึงตี 5 เลย สนุกเป็นบ้า เขียนๆแล้วก็ลุ้น ลุ้นๆแล้วก็เซอร์ไพร์อีก อยู่แบบนี้ตลอด ตัวละครแต่ละตัว ไม่ใช่แค่ Extra นะ เดินเข้าฉากเฉยๆที่ไหนได้ มีบทบาทเป็นบ้า จะไปจะมาแต่ละที อืม...เขียนได้ดีมาก

โดยเฉพาะบท มุมมองความรักนี่ อ่านแล้ว อะไรมันจะหวานซึ้งเช่นนี้ น่ารักอะไรอย่างนั้น โครตรักจริงๆ อิจฉาเลย (ผมจินตนาการเกินไปเองหรือเปล่า แต่ก็ไม่นะ!)

เป็นหนังสือที่ใครได้อ่านแล้วจะชอบแบบผมเลย ล่ะ ผ่านการ Test แล้วเอาให้ใครอ่านก็กริ๊ดๆๆ ทุกคน อ่านเสร็จมานั่งคุยกัน ยาวเลย ยิ้มทุกคนเลย

ลองหาหยิบมาอ่านดูนะครับ แต่จะหาซื้อยากกันหน่อย ผมเองก็ยังซื้อไม่ทันเลย นี่แอบยึดของรุ่นพี่มาถ่ายรูปประกอบ ไม่อยากคืนเลย........

ว่าแต่เราเมื่อไร เฒ่าจันทราจะมาผูกด้ายแดงให้เราบ้างน๊า....


Pages:12
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help